รถรับจ้าง อากาศร้อนแบบนี้ ต้องเติมลมยางเท่าไหร่ถึงจะพอดี ข้อควรจำและควรระวังไว้ให้มากที่สุดสำหรับการเติมลมยางก็คือการเติมลมยางในหน้าร้อน ซึ่งการเติมลมยางนั้นจะต้องลดลงประมาณ 2 ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ลมยางขยายตัวมากเกินไป

อากาศร้อนแบบนี้ ต้องเติมลมยางเท่าไหร่ถึงจะพอดี

เรื่องการ เติมลมยาง นี้ถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคนแต่หลายคนก็ทำให้กลายเป็นเรื่องไกลตัวแบบที่เรียกได้ว่าไกลจนทำให้เกิดความเสียหายและเกิดอุบัติเหตุมาแล้วก็หลายราย ไม่ใช้ว่าไม่รู้ว่าว่ารถยนต์ที่ขับอยู่นั้นต้องเติมลมยางเท่าไหร่ เพียงแต่รู้แต่ไม่ใส่ใจ ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องการเติมลมยางควรจะให้การใส่ในและดูแลเป็นอย่างมากไม่ควรน้อยกว่าส่วนต่างๆ ของรถยนต์เลยทีเดียว

การเติมลมยางในหน้าร้อนต้องลดลงประมาณ 2 ปอนด์/ตารางนิ้ว

ซึ่งปกติแล้วการเติมลมยางนั้น รถเก๋ง จะอยู่ที่ 30-35 ปอนด์/ตารางนิ้ว ถ้าเป็น รถกระบะ จะอยู่ที่ 35-40 ปอนด์/ตารางนิ้ว ขึ้นอยู่กับการบรรทุก แต่ข้อควรจำและควรระวังไว้ให้มากที่สุดสำหรับการเติมลมยางก็คือการเติมลมยางในหน้าร้อน ซึ่งการเติมลมยางนั้นจะต้องลดลงประมาณ 2 ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ลมยางขยายตัวมากเกินไป เพราะในช่วงที่มีอากาศร้อนจัดจะทำให้ลมยางภายในยางรถยนต์มีการขยายตัวมากขึ้นและยิ่งถ้าขับขี่รถยนตืในช่วงเวลากลางวันที่มีอากาศร้อนจัดบวกกับความร้อนที่ระอุอยู่บนพื้นถนนก็ยิ่งทำให้เกิดการเสียดทาน และทำให้ล้อยางขยายทำ และยิ่งถ้าขับขี่ระยะทางไกลๆ ก็ยิ่งจะทำให้เกิดอันตรายมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิด ยางระเบิด ได้ ถ้ายางรถนั้นสภาพไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ทางที่ดีควรจะจอดพักป็นระยะ และเพื่อลดปัญหานี่ควรเปลี่ยนมาเป็นการเติมลมยางแบบไนโตรเจน จะดีกว่าเพราะการเติมลมยางแบบไนโตรเจนนั้นจะไม่ทำให้เกิดการขยายตัวเมื่อเจอกับสภาพถนนที่ร้อนจัด และทำให้ไม่ต้องเสี่ยงกับยางระเบิดอีกด้วย

วิธีช่วยลดการสึกหรอของยาง..

ยางรถยนต์นั้นเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้รถของเรานั้นสามารถเคลื่อนตัวไปได้ และยางรถนั้นยังเป็นเพียงชิ้นเดียวเท่านั้นที่สัมผัสกับพื้นของถนน หากใช้ไปนานๆ ไม่ระมัดระวังจะเกิดการสึกหรอได้ โดยทั่วไปแล้วการสึกหรอของยางจะสึกไปทีละเล็กน้อย โดยจะสึกอย่างสม่ำเสมอเท่ากันตลอดหน้ายาง แต่ในการสึกหรอนั้นก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบุคคลที่มีความแตกต่างกันไป วันนี้เรามีวิธีง่ายๆที่จะทำให้ยางรถของทุกคน นั้นสามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิมดังนี้

1.) ความเร็วในการขับขี่ ควรขี่ในความเร็วที่มีความพอดี ไม่ควรขับขี่ด้วยความเร็วที่เกินไปเพราะจะทำให้ เกิดแรงเสียดทานและยางจะมีความร้อนสูง จึงทำให้อายุการใช้งานของยางลดน้อยลงและสึกหรอเร็วขึ้น

2.) ไม่ควรบรรทุกน้ำหนัก ที่มากจนเกิดไปเพราะจะทำให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้ยางนั้นสึกหรอได้เร็วกว่าเดิม นอกจากนี้ยังทำความนุ่มนวลในระหว่างขับขี่ลดน้อยลงไปอีกด้วย

3.) พยายามหลีกเลี่ยงสภาพถนน ที่มีความขรุขระ เพราะจะทำให้หน้ายางนั้นเสียดสีกับถนน และทำให้เกิดการสึกหรอได้ไวยิ่งขึ้น ในการที่ขับรถบนพื้นถนนที่มีทางเรียบนั้นจะมีความต้านทานต่อการหมุมบนถนนที่น้อยกว่าทางขรุขระ และการขับขี่ในทางตรงนั้นจะเกิดการสึกหรอช้ากว่าทางขึ้นเขาอีกด้วย

4.) การเติมลมยาง นั้นถ้าหากเติมลมยางมากเกินไปจะทำให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนได้น้อยลง และเมื่อได้รับแรงกระแทกก็อาจจะทำให้ยางนั้นเกิดการระเบิดได้ แถมยังเป็นการลดอายุการใช้งานของยางและยังทำให้หน้ายางนั้นสึกหรอมากกว่าตรงอื่น จึงทำให้ความนุ่มนวลในการขับขี่นั้นลดน้อยลง

5.) การเบรคและออกตัว ในการเบรคนั้นไม่ควรที่จะเบรคอย่างกระทันหันและไม่ควรออกตัวรุนแรง เพราะบนพื้นถนนนั้นมีแรงเฉื่อยที่มีค่าสูงกว่าความเร็ว จึงทำให้เมื่อเบรคล้อจะไถลไปกับพื้นถนนและในการออกที่รุนแรงนั้นหน้ายางจะเกิดการเสียดสีกับพื้นของถนนนั้นจะทำให้ยางนั้นสึกหรอได้เร็วขึ้น

6.) สภาพอากาศ ยางรถยนต์ยางสังเคราะห์นั้นสามารถทนอุณหภูมิสูงได้มากกว่ายางที่มียางธรรมชาติเป็นส่วนผสมหลัก นั้นจะทำให้เกิดการสึกหรอได้ช้ากว่าปกติ

Categories: news